Wednesday, August 15, 2018
Blog
มะนาวเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ หลายคนคิดว่าแค่น้ำมะนาวเท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่จริงๆแล้วเปลือกของมะนาวก็มีประโยชน์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะทิ้ง เปลือกมะนาว หลังจากบีบน้ำของมันหมดแล้ว แต่ถ้าหากคุณรู้ว่าเปลือกมะนาวมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน คุณอาจจะเปลี่ยนใจไม่ทิ้งก็ได้นะค่ะ ประโยชน์ของ เปลือกมะนาว ทำความสะอาดไมโครเวฟ เตรียมน้ำใส่ถ้วยที่ใช้กับไมโครเวฟได้ จากนั้นหั่นมะนาวครึ่งลูกบีบน้ำลงไปพร้อมกับเปลือกมะนาวด้วย แล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟสัก 2 นาที ปล่อยให้อุณหภูมิลดลงสักหน่อย ไล่มด บ้านไหนที่มีมดขึ้นบ้าน ก็ให้นำเปลือกมะนาวไปว่างตันทางเดินของมด ทำให้หมดไม่ขึ้นบ้าน ทำเครื่องหอมประดับบ้าน นำเปลือกมะนาวผสมกับเครื่องหอมอื่นๆ ใส่ในขวดปิดฝาทิ้งไว้สักพักก็จะได้เครื่องหอมแล้ว นำไปว่างตามจุดต่างๆของบ้านได้ นำเปลือกมะนาว ใส่ลงไปในแก้ว เทน้ำร้อน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ล้างแก้วตามปกติ ป้องกันความซนของน้องแมว นำเปลือกมะนาวไปว่างไว้บริเวณที่ไม่อยากให้น้องแมวเหมียวเข้าไปวุ่นวาย เพิ่มกลิ่นอโรมาในบ้าน ถ้าหากอยากจะมีกลิ่นหอมอบอวลเหมือนสปาหรูๆ ให้นำเปลือกมะนาว ผสมกับเครื่องหอมชนิดอื่นๆ นำหม้อตั้งเตาไฟ แล้วนำแก้วอีกใบใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำลงไป จากนั้นนำเครื่องหอมที่ผสมไว้ลงไปต้ม แค่นี้บ้านก็จะมีกลิ่นหอมเหมือนอยู่ในสปาแล้ว ขัดเงาสเตนเลส หากมีเครื่องใช้ เครื่องครัวที่เป็นสเตนเลสเริ่มหมองคล้ำ ให้ใช้เกลือป่นโรยบนเครื่องใช้ แล้วนำเปลือกมะนาวขัดถูให้ทั่ว ลดกลิ่นเหม็นในขยะ ถ้าถังขยะที่บ้านเริ่มส่งกลิ่นเหม็นให้นำเปลือกมะนาว ทิ้งลงไปในถังขยะ ช่วยดับกลิ่นเหม็นได้ ดับกลิ่นน้ำส้มสายชู หากกลิ่นเหม็นฉุนของน้ำส้มสายชูทำให้แสบจมูก ก็นำเปลือกมะนาวใส่ลงไปช่วยลดกลิ่นฉุนได้ กำจัดกลิ่นท่อระบายของเสีย ถ้าหากท่อระบายน้ำ หรือท่อระบายของเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว กำจัดกลิ่นด้วยเปลือกมะนาวได้ สุดยอดเลยใช่ไหมค่ะ...
รู้หรือไม่ว่า "สุขภาพช่องปาก" เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนไม่ควรละเลยและเพิกเฉย เพราะมันอาจจะกำลังส่งสัญญาณอันตรายบางอย่างที่คืบคลานมาหาคุณโดย ไม่รู้ตัว มูลนิธิทันตสาธารณสุขภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขระบุถึง 5 สัญญาณภายในช่องปากที่คุณควรสังเกตุเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลทำความสะอาดช่องปากก่อน 1. มีกลิ่นปาก รู้สึกถึงกลิ่นปากที่ลอยออกมาทุกครั้งที่พ่นลมหายใจหรือหลังแปรงฟัน 2. เสียวฟัน ปวดฟัน ทุกที่ท่านน้ำเย็นหรือน้ำร้อน 3. คราบพลัค หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้วแต่ยังรู้สึกเหมือนมีแผ่นฟิล์มเหนียวๆ ติดอยู่บนฟัน 4. โรคฟันผุ แปรงฟันเป็นประจำ แต่ทำไมยังปวดฟันและฟันเริ่มเป็นรูและจุดดำเล็กๆ 5. เหงือกอักเสบ เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออก กระปริดกระปรอยระหว่างแปรงฟัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ๋มักเกิดจากการใช้แปรงสีฟันเก่าที่มีระยะเวลานานกว่า 3 เดือน เนื่องจากแปรงสีฟันด้ามเก่านั้น มักจะมีขนแปรงที่บนจนขาดประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเศษอาหารและสิ่งสกปรกตามซอกเหงือกและฟัน ทำให้สิ่งสกปรกตกค้าง และเกิดการหมักหมมภายในช่องปาก ออรัลบี แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปากและฟันชั้นนำระดับโลก เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปกติแล้ว แปรงสีฟันควรใช้งานไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจาก แปรงสีฟันเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งสกปรกต่างๆ นับล้านชนิด และเมื่อเราใช้ทำความสะอาดเช้าเย็น เท่ากับว่าเรากำลังเอาแบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกาย และหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนเหล่านี้แล้วล่ะก็ ควรที่จะรีบเปลี่ยนแปรงสีฟันด้ามใหม่อย่างเร่งด่วน...
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้เรากลับมาพร้อมกับบทความดีๆ ที่อาจมีส่วนช่วยให้ร่างกายของคุณห่างไกลจากโรคที่สามารถเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ คาดคิดอย่าง “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” หรือ “herniated disc” ซึ่งเป็นภัยเงียบที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมากเมื่อมันเกิดขึ้นกับอวัยวะที่สำคัญภายในร่างกาย ในแต่ละวัน มนุษย์เรามักมีกิจกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่กิจกรรมบางอย่างที่เราทำกันอยู่ในทุกๆ วันอย่าง การยกของหนัก เล่นกิจกรรมผาดโผนหรือการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายชั่วโมง ล้วนส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังตั้งแต่ช่วงบริเวณลำคอไปจนถึงแผ่นหลังช่วงล่างโดยที่เราไม่รู้ตัว และ เมื่อเราอายุมากขึ้น อาการบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลังก็อาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ หากคุณสะสมอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไว้เป็นเวลานาน มันก็สามารถนำ ไปสู่อาการที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นได้ ซึ่งวันนี้เราก็มีเคล็ดลับในการสังเกตร่างกายหรือความเจ็บป่วยของตนเองที่จะช่วยให้เพื่อนๆ รู้เท่าทันภัยเงียบของโรคดังกล่าว และสามารถรักษาได้ถูกวิธี จะเป็นอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ 1. อาการปวดบริเวณแขนและขา ลักษณะอาการขั้นพื้นฐานที่จะช่วยเตือนได้ว่าหลังของคุณกำลังมีปัญหาก็คืออาการปวดที่บริเวณแขนและขานั่น เอง อาการปวดที่แล่นปลาบไปมาบริเวณแขน ของคุณนั้นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับประสาทที่สามารถเกิดขึ้นได้ที่บริเวณลำคอหรือไม่ว่าจะเป็นอาการปวดขาแบบเรื้อรังที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับประสาทบริเวณแผ่นหลังช่วงหลังได้ 2. อาการปวดหลัง อาการปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้บ่อย เมื่อคุณยกของหนักเป็นประจำด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายผิดจังหวะ ซึ่งอาการปวดหลังนี้ก็ยังสามารถจำแนกได้เป็นอาการปวดหลังช่วงบนและล่าง เมื่อหลังของเราได้รับการบาดเจ็บจากกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สัญญาณแรกที่มักจะเกิดขึ้นก็คืออาการปวดหลังนั่นเอง สาเหตุ ของการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่อวัยวะบางส่วน เช่น เอว...
จำนวนผู้ป่วย “โรคเบาหวาน” ในปัจจุบันนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี สาเหตุที่สำคัญนอกเหนือจากพันธุกรรมแล้วก็คือ อุปนิสัยในการกิน การเลือกทาน อาหารแต่ละชนิดก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ด้วยภาระงานและชีวิตอันเร่งรีบที่อาจส่งผลให้ผู้คนเน้นรับประทานอาหารที่สะดวก หาง่าย ทว่าลืมคำนึงถึงคุณประโยชน์ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน เมื่อคุณเป็นเบาหวานแล้ว ความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และบาดแผลต่างๆ ก็จะหายช้าผิดปกติ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็มีผู้ป่วย เบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านคนในแต่ละปี ซึ่งรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานก็จะแตกต่างไปจากคนปกติทั้งอาหารการกินและการรักษาสุขภาพของร่างกาย วันนี้ Thaiza ก็มีแนวทางในการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวานมาฝากคุณผู้อ่านอีกเช่นเคยค่ะ ด้วยวิธีการง่ายๆ 1. น้ำมันมะกอก น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันอีกชนิดหนึ่งอันขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ เหมาะแก่การนำไปบำรุงสุขภาพและร่างกายเพราะอุดมไปด้วยโขมันชนิดดีและสารต่อต้าน อนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องระบบหัวใจของคุณจากเจ้าอนุมูลอิสระตัวร้าย เพียงเปลี่ยนจากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้อยู่เป็นประจำมาเป็นน้ำมันมะกอกก็สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานขั้นที่ 2 ได้อย่างมากเลยทีเดียว 2. ผักโขม ผักโขมมีสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ชื่อว่ากรดอัลฟาไลโปอิก (alpha-lipoic acid) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมการทำงานของสารต่อต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ และทำหน้าที่ทดแทนสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ได้ในยามขาดแคลน เรียกได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล นอกจากนี้ยังมีการศึกษาประสิทธิภาพของ มันว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของระบบประสาทอันเกิดจากโรคเบาหวานได้ หากคุณรับประทานผักโขมเป็นประจำก็จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและบรรเทาอาการอักเสบได้อีกด้วย 3. บลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ผลไม้ที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อระดับน้ำตาลกลูโคสที่อยู่ในเลือด...
การดื่มน้ำมีความสำคัญต่อร่างกายและวิถีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผิวพรรณต่างเห็นตรงกันว่าการดื่มน้ำนั้นช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและช่วยให้ผิวนุ่มแลดูอ่อนเยาว์ลง การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำควรเป็นกิจวัตรสำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพทุกคนควรควรปฏิบัติตามทุกวัน ดังนั้นการดื่มน้ำหนึ่งแก้วเมื่อตื่นนอนจึงเป็นกิจวัตรที่ดีมาก แต่จำเป็นต้องทราบว่าเราควรดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นจึงจะดีกว่ากัน? แพทย์ต่างยืนยันว่าการดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้านั้นดีกว่า แม้ว่ามันจะไม่ค่อยถูกลิ้นสักเท่าไร คุณจะดื่มเปล่าๆ หรือจะหยดน้ำมะนาวลงไปสักนิดเพื่อเพิ่มรสชาติก็ยังได้ และการดื่มน้ำอุ่นไม่จำกัดแค่ในตอนเช้า แต่ยังมีประโยชน์เมื่อดื่มในเวลาอื่นๆ ลองอ่านบทความนี้ดูคุณจะทราบว่า การดื่มน้ำอุ่นมีประโยชน์กับร่างกายและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ อย่างไรได้บ้าง ต่อไปนี้คือประโยชน์ 10 ประการที่ร่างกายจะได้รับจากการดื่มน้ำอุ่น 1. ช่วยย่อยอาหาร เพื่อปรับปรุงการย่อยให้ดีขึ้น ลองดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ น้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นให้ต่อมย่อมอาหารทำงานได้อย่างถูกต้อง ช่วยจัดการกับอาหารในกระเพาะ ดังนั้นระบบย่อยก็จะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ทั้งยังใช้พลังงานในกระบวนการย่อยน้อยลงด้วย นอกจากนี้การดื่มน้ำอุ่นยังช่วยกำจัดกรดส่วนเกินในกระเพาะอาหาร เพื่อรักษาความเป็นกลางของน้ำย่อยไว้นั่นเอง จากการศึกษาในปี 2012 ที่ตีพิมพ์ในวารสารระบบประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว ได้รายงานว่าการดื่มน้ำอุ่นสามารถบรรเทาอาการให้กับผู้ที่มีภาวะ หลอดอาหารเคลื่อนไหวผิดปกติได้ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการกลืนยาก สำลักอาหารและเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อกระตุก ผู้ที่มีความทุกข์ทรมานจากระบบย่อยอ่อนแอก็ควรดื่มน้ำอุ่นเป็นแก้วแรกเมื่อตื่นนอนด้วย 2. บรรเทาอาการท้องผูก การดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำในขณะที่ท้องว่างยังช่วยควบคุมการเคลื่อนตัวของลำไส้ และช่วยต่อสู้กับอาการท้องผูกได้ อาการท้องผูกเกิดขึ้นเนื่องจากมีน้ำในลำไส้น้อยเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้อุจจาระแข็งและแห้ง จึงถ่ายออกมาได้ยาก การดื่มน้ำอุ่นจึงช่วยบรรเทาอาการท้องผูกอย่างได้ผล การดื่มน้ำอุ่นยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานอย่างเป็นปกติ ช่วยย่อยสลายอาหารที่เหลืออยู่ให้หมดไป ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังช่วยลดอาการท้องอืด อาการปวดท้องอันเนื่องมากจากอาการท้องผูกได้ เพื่อต่อสู้กับอาการท้องผูก ขอแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน...
ส่วนผสม 1.ตีนไก่ ล้างสะอาด ตัดเล็กออก 1 กิโลกรัม 2.รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด รวมกันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ 3.ข่าแก่หั่นแว่น 5 แว่น 4.ขิงแก่ หั่นแว่น 5 แว่น 5.ใบมะกรูด 6.เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ 7.เตรียม น้ำปลา มะนาว ผักชี พริกหนูทุบ ไว้ปรุงตอนตักเสริฟ ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ May 27, 2018 thaipost ส่วนผสม 1.ตีนไก่ ล้างสะอาด ตัดเล็กออก 1 กิโลกรัม 2.รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด รวมกันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ 3.ข่าแก่หั่นแว่น 5...
เมื่อต้องขับรถ มีอุปกรณ์หลายอย่างที่สามารถปรับได้ เช่น กระจกมองข้าง กระจกส่องหลัง เบาะและพวงมาลัย อุปกรณ์เหล่านี้อาจไม่ต้องมีการปรับบ่อยหากรถนั้นใช้เพียงคนเดียว แต่อย่างไรก็ตามควรปรับให้เหมาะสมและตรวจดูความเหมาะสมของอุปกรณ์เหล่านี้ทุกครั้งก่อนขับรถ โดยอาศัยหลักการดังต่อไปนี้ 1. ปรับระยะนั่งใกล้ ไกล ก่อนเป็นอันดับแรก โดยให้ขาเหยียบคันเร่งพอดีและสามารถขยับเท้ามาเหยียบเบรกได้ง่ายและรวดเร็ว และระยะห่างนี้ต้องไม่ทำให้เข่าและสะโพกงอมากนัก เพราะการงอมากของเข่าและสะโพกจะทำให้ กระดกข้อเท้าได้ลำบากทำให้ต้องยกขาเมื่อต้องขยับเท้าไปมา ขณะเดียวกันการเหยียดขามากไปจะทำให้ตัวและขาอยู่ในรูปคล้ายตัวแอล ซึ่งมีผลต่อการเหยียบเบรกและคันเร่งเช่นกัน คือแรงจะลดลง เพราะสามารถใช้ปลายเท้าเหยียบได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แรงจากเข่าและสะโพกได้ ร่างกายที่อยู่ในรูปตัวแอล จะมีผลทำให้หลังส่วนล่างโค้งมาก และเส้นประสาทสันหลังและขาตึงตัวมาก จะมีผลเสียคือ กล้ามเนื้อล้าง่าย ด้านหน้าของหมอน รองกระดูกมีแรงกดมากทำให้หมอนรองกระดูกมีโอกาสปลิ้นไปด้านหลังสูง ท่านั่งนี้จึงทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงท่านั่งนี้ ที่เราอาจพบได้บ่อยในผู้ที่ใช้เก๋งเตี้ยๆ 2. การปรับความเอียงของเบาะพิงหลัง จะมีความสัมพันธ์กับการปรับใกล้ไกล มุมการมอง และการจับพวงมาลัย คือเมื่อปรับขาให้พอดี ตัวอาจจะห่างไป ทำให้ต้องปรับเบาะพิงชันขึ้นมา แต่การปรับเบาะชันขึ้นมาอาจมีผลทำให้ หลังและขาเป็นรูปคล้ายตัวแอลดังข้อ ๑ แต่ก็มีข้อดีเมื่อตัวตั้งตรงคือ ทำให้ไม่ต้องงอคอมากนัก...
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ แร่ธาตุซีลีเนียม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย แต่เราอาจจะเคยได้ยินกันไม่บ่อยเท่าไหร่นัก แต่ก็มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เราไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นแร่ธาตุที่หาได้ยาก ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทั้งแดด ฝน และลม รวมไปถึงปริมาณ ยาฆ่าแมลงที่ใช้ และค่าความเป็นกรดด่างใต้ดินอีกด้วย อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการดูดซึมแร่ธาตุในร่างกายของแต่ละคนที่จะส่งผลให้ร่างกายของเราได้รับซี ลีเนียมในปริมาณที่แตกต่างกัน และสำหรับปริมาณของซีลีเนียมที่เราควรได้รับก็มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุอีกด้วย อาทิ 55 ไมโครกรัมใน กลุ่มอายุมากกว่า 14 ปี 40 ไมโครกรัมในกลุ่มอายุ 9-13 ปี และ 30 ไมโครกรัมในกลุ่มเด็กอายุ 4- 8 ปี เป็นต้น แล้วทำยังไงถึงจะเจ้าแร่ธาตุซีลีเนียมมารับประทานได้ เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ 1. บราซิลนัต หรือถั่วบราซิล คือวัตถุดิบลำดับต้นๆ ที่เป็นแหล่งของแร่ธาตุซีลีเนียมซึ่งสามารถพบได้ในปริมาณมาก...
แพทย์เผยอาการปวดบริเวณน่อง เป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา ไม่ใช่ข้อเข่าเสื่อม พบได้บ่อยในนักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล นักวิ่ง นักเต้น เหตุจากใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปทำให้บางส่วนฉีกขาดและอักเสบ อาการปวดบริเวณน่อง คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม แต่แท้จริงแล้วเป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาบริเวณใกล้น่อง ซึ่งเกิดจากการใช้งานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ทำให้อักเสบ เช่น การวิ่งเร็วหรือการวิ่งเร็วสลับกับหยุดวิ่งแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง การเล่นกีฬาประเภทวิ่งหรือ กระโดด ซึ่งพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะนักวิ่ง นักกีฬา นักเต้น โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังถูกฉีกกระชาก จนกล้ามเนื้อบางส่วนฉีกขาดและเกิดการอักเสบขึ้น รวมถึงการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะกล้ามเนื้อต้องอยู่ในท่าที่หดเกร็งโดยไม่ขยับเขยื้อนนานจนกล้ามเนื้อตึง ทำให้เกิดการแพลงหรือ อักเสบได้ง่าย ซึ่งระดับความรุนแรงจากการอักเสบแบ่งเป็นระดับเล็กน้อยและหายได้จนถึงกล้ามเนื้อฉีกขาดทั้งหมดและใช้เวลานานในการรักษา สำหรับอาการที่พบจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาคือ ปวดแปลบที่กล้ามเนื้อต้นขาแบบเฉียบพลัน บวมในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ ฟกช้ำหรือมีสีผิดปกติที่ขาด้านหลังใต้หัวเข่าในช่วง 2-3 วันแรกและกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาอ่อนแรงนานเป็นสัปดาห์ ซึ่งจะต่างจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการข้อ เข่าฝืด ตึง ปวดบริเวณข้อและมีเสียงในข้อเข่าเวลาขยับเคลื่อนไหว เนื่องจากการสึกหรอของข้อต่อภายหลังการใช้งานมานานและอายุที่มากขึ้น การรักษาผู้ที่มีอาการปวดบริเวณน่อง เพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ ทั้งนี้แพทย์ที่ทำการรักษาอาจจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอ...
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยในสภาพอากาศร้อน อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วย 6 อาการ ได้แก่ ผื่นผิวหนัง บวมที่ข้อเท้า ตะคริว เป็นลม เพลียแดด และลมแดด (Heat Stroke) พร้อมแนะวิธีป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ช่วงกลางวันมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งความร้อนเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้ง เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง นักกรีฑา หรือผู้ที่เล่นกีฬาหนักๆ รวมทั้งทหารเกณฑ์ จึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนเกิดจากร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินกว่าที่ร่างกายจะทนได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ดังนี้ 1) ผื่นผิวหนัง เกิดจากร่างกายขับเหงื่อออกมามากจนเกิดการอักเสบของรูขุมขนทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองและเป็นตุ่มสีแดงหรือผื่นที่บริเวณหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบน...
- Advertisement -

Snookdee

SuperWebTricks Loading...

Showeblogin Facebook Page

SuperWebTricks Loading...

Showeblogin Facebook Page

SuperWebTricks Loading...